replica handbags

ซ้อมพูดและเตรียมนำเสนอเพื่อพร้อมเป็นผู้รับทุน Educational Seminars Program ปี 2553

ติด 1 ใน 8

พอประกาศเบื้องต้นว่าดิฉันเป็น 1 ใน 8 คนจากทั่วประเทศที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมโครงการ 2010 Educational Seminars Program ดิฉันรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างมาก จากนั้นทีมของเราซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน 2 คน หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ 6 คน หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ 1 คน และหัวหน้ากลุ่มสาระสุขศึกษาและพละศึกษา 1 คน ก็ได้มีโอกาสเข้ารับการปฐมนิเทศและอบรมภาษาอังกฤษระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2553 โดยมูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน หรือฟุลไบรท์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ในประเทศไทยได้จัดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านวิชาการ ภาษาและวัฒนธรรม ก่อนเดินทางและยังเป็นการเปิดโอกาสให้ “ว่าที่ผู้รับทุน” ได้มาพบปะทำความรู้จักและทำกิจกรรมร่วมกัน  แม้ว่าทั้ง 8 คนจะต้องรอผลการพิจารณาจากรัฐบาลสหรัฐเป็นขั้นตอนสุดท้ายซึ่งอาจหมายถึงว่า อาจจะมีบางคนได้ทุนหรือไม่ได้ทุนก็ได้ เราก็เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน (โดยที่หลายคนรีบบนบานสานกล่าวกันเสียยกใหญ่ให้ได้รับทุนกันถ้วนหน้าเถอะ)

 

ตั้งหลักจากการฟังรุ่นพี่

ครูจำนวนมากมีความสนใจในทุนประเภทต่างๆของฟุลไบรท์ และถึงแม้ว่าทุน Educational Seminars Program จะไม่ใช่ทุนฟุลไบรท์ ก็ตาม หลายคนก็ไม่ละความพยายามมาสมัครสอบเป็นครั้งที่ 3 จนสามารถผ่านด่านสัมภาษณ์มาได้ เมื่อผ่านมาถึงขั้นนี้ หลายคนเริ่มกังวลใจว่าถ้าได้รับทุนขึ้นมาจริงๆ จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

 

เมื่อพวกเราได้มาเข้าร่วมปฐมนิเทศและทำกิจกรรมร่วมกันในครั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับช่วยทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นในใจของทุกๆคนในทีม ในวันแรกฟุลไบรท์เชิญผู้บริหารรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุน (ดร. สุปราณี ไกรวัตนุสสรณ์ .ทิพพา ใจใหญ่ และ .ยาใจ เมฆรักษากิจ) มาเล่าประสบการณ์และประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ ต้องเตรียมความพร้อมทางด้านวิชาการอย่างไร และได้ประสบพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง ก่อนการเดินทางต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร สรุปแล้วมีมากมายจนต้องเรียงตามความสำคัญดังต่อไปนี้

 

·               เตรียมข้อมูลด้านการศึกษาทั้งไทยและสหรัฐ เช่น พระราชบัญญัติการศึกษา นโยบาย โครงสร้างการบริหาร พร้อมทั้งเรื่องที่เป็นที่น่าสนใจโดยทั่วไป เช่น เรื่องสิทธิสตรีและเด็ก และการเมือง เพราะว่าการไปสัมมนาในครั้งนี้จะแตกต่างจากการไปดูงานของครูคนไทยที่เคยไปกันมา  ตรงที่ครูและนักเรียนจะตั้งคำถามคนที่ไปสัมมนาด้วย และในกรณีที่ข้อมูลมีมากจนเราจำไม่ได้หมด ก็น่าจะให้แต่ละกลุ่มย่อยแบ่งหน้าที่กัน เวลาเขาถามก็พยายามสลับกันตอบ อีกคนจะได้มีเวลาเตรียม โดยให้ใช้ศัพท์ง่ายๆ เพราะคนอเมริกันต้องพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่แล้ว

 

·            เตรียมคำกล่าวสั้นๆ เพราะส่วนใหญ่ผู้ได้รับทุนจะได้รับเชิญให้พูดตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษาและในที่ชุมชน เราต้องรักษาภาพลักษณ์ (และหน้า) ของคนไทยด้วย เพราะว่าคนในชุมชนจะรู้จักเราในฐานะผู้ได้รับทุนจากเมืองไทย

 

·            ในเรื่องวัฒนธรรมไทย อาจจะขอเอกสารเกี่ยวกับเมืองไทยที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เช่น CD ปฏิทิน หรือแผ่นพับต่างๆ แนะนำในเรื่องการร้องเพลงไทยทั้งร้องและรำ และควรเขียนเนื้อเพลงไปด้วยทั้งไทยและอังกฤษเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้ง่ายขึ้น

 

·            ควรเตรียมของที่ระลึกให้โรงเรียนเจ้าภาพและนักเรียน ควรเตรียมงานหัตถกรรมไทยทีฝึกได้เองง่ายๆ เพื่อจะได้ไปสอนเด็กอเมริกัน ที่จะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันได้ด้วย

 

·            เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่อยากจะไป เพราะเวลาครอบครัวหรือโรงเรียนอุปถัมภ์ถามเราว่าสนใจอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เราจะได้มีคำตอบเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ให้เห็นว่า เรามีการเตรียมพร้อมมาอย่างดี

 

·            การเดินทางจากวอชิงตัน ดีซี ไปยังเมืองของครอบครัวอุปถัมภ์นั้น รุ่นพี่บินด้วยกันเป็นคู่ เมื่อเช็คอินได้ boarding pass แล้ว ต้องนั่งรอที่ประตูทางออกและเช็คให้แน่ใจว่าเราได้ที่นั่งหรือไม่ มีบางเที่ยวบินต้องเช็คอินกับเครื่องคอมพิวเตอร์ รุ่นพี่เตือนอีกว่า อย่าลืมเตรียมขนมไว้ทานรองท้องด้วย หากไม่อยากเสียเงินซื้ออาหารบนเครื่อง  เพราะไม่มีการเสิร์ฟฟรีอย่างที่เราเคยชินกันมา

 

·            สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นคือเรื่องสุขภาพ ควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรง ใครมีโรคประจำตัวให้เตรียมยาไปด้วย ถ้าไม่สบายที่ต่างประเทศจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมาก

 

·            ควรอ่านกำหนดการและตารางกิจกรรมในแต่ละวันให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องเวลา เพราะคนที่นั่นจะตรงต่อเวลามาก

 

รุ่นพี่แนะให้พวกเราศึกษาสภาพดินฟ้าอากาศของเมืองที่จะไปเพื่อเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมและไม่ให้เอาไปมากเกินความจำเป็น ต้องเช็คว่าสายการบินภายในประเทศกำหนดน้ำหนักว่าไม่ควรเกินเท่าไร มิฉะนั้นเราจะต้องเสียค่าน้ำหนักเกิน

 

รุ่นพี่ยังเล่าให้ฟังว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะเตรียมตัวให้มากขึ้นในหลายๆ ต้องพูดคุยปรึกษากันในกลุ่มให้มากขึ้นและไม่ให้ความสำคัญเฉพาะของที่ระลึกกับการแสดงมากจนเกินไป เรื่องหลักอื่นๆ ที่ควรเตรียมข้อมูล เช่น เทคนิคการสอน หลักสูตร การวัดและประเมินผล ระบบการบริหารการศึกษา เป็นเรื่องที่ควรให้เวลาอย่างมาก ควรจะอีเมลติดต่อกับครอบครัวและโรงเรียนอุปภัมภ์บ่อยๆ เจ้าภาพจะดีใจถ้าเราต้องการหรือไม่ต้องการอะไรควรบอกตรงๆ และควรจดบันทึกกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันทันทีที่กลับมาถึงที่พัก

 

สิ่งที่รุ่นพี่ประทับใจมากและนำมาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนบ้านเราคือเรื่องการส่งไปรษณียบัตรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเรื่องการแสดงความชื่นชมต่อนักเรียนที่ทำความดี เช่น เก็บของส่งคืนครู มาโรงเรียนตรงเวลา เป็นต้น

 

ก่อนจบกิจกรรมในวันแรกพี่ทิพย์ (ผู้อำนวยการบริหารของฟุลไบรท์) แบ่งหัวข้อให้แต่ละคนไปเตรียมตัวพูดหน้าห้องเป็นภาษาอังกฤษในวันถัดไปและให้สมาชิกในทีมแบ่งกันทำงานส่วนกลาง คือเขียนข่าวและสร้างอีเมลกลางเพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อสื่อสารสำหรับสมาชิกในกลุ่ม

 

แวะเยี่ยมมูลนิธิฯ

หลังจากจบการสัมมนาในวันแรก กลุ่มของพวกเราได้แวะเยี่ยมสำนักงานฟุลไบรท์ ซึ่งตอนแรกดิฉันคิดว่าคงจะกว้างขวางใหญ่โตสมชื่อองค์กรที่ให้ทุนคนไทยและอเมริกัน แต่ผิดคาด มูลนิธิฯเล็กกระทัดรัดพอที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คนจะทำงานได้อย่างสบายๆ และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองกับแขกผู้มาเยือน ทำให้ดิฉันคิดว่าขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะที่ฟุลไบรท์ทำงานเหมือนบ้าน มีความเป็นพี่เป็นน้องกัน

 

ทำการบ้านต่ออย่างแข็งขัน (และเคร่งเครียด)

หลังจากเยี่ยมชมสำนักงานฟุลไบรท์แล้ว พวกเราก็เดินทางกลับโรงแรมที่ฟุลไบรท์จัดให้ ก่อนจะแยกย้ายไปทำกิจวัตรส่วนตัว พวกเราก็มีการแบ่งงานกันทันที ดังนี้

 

. อารีรัสมิ์          วัฒนทองผิว        
ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานรุ่น

. สุเมธ เจตปิยะวัฒน์       
ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นรองประธาน

. ผกามาศ         นกแก้ว  
หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ    เป็นเหรัญญิก

. สาวิตรี            ทัดพินิจ             
หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ    เป็นฝ่ายวิชาการ

. สุภาวดี           ปุญจุบัน             
หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาอังกฤษ         เป็นฝ่ายวิชาการ

. สำรวย            วงศ์มุณีวร          
หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาอังกฤษ         เป็นเลขานุการ

. สมพร            ทองสมัคร์ หัวหน้ากลุ่มสาระพลศึกษาและสุขศึกษา
และ . สงวนศักดิ์ โกสินันท์ หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ เป็นฝ่ายประสานงาน

 

ส่วนเรื่องของฝากให้แต่ละคนนำของที่ระลึกประจำจังหวัดของตนมาเสนอในการประชุมกลุ่มย่อยครั้งต่อไปเมื่อทราบผลการคัดเลือกจากอเมริกา โดยอ. อารีรัสมิ์ เสนอให้นัดคุยงานกันอีกครั้งที่โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางเขน  เมื่อจบการประชุมนอกรอบแล้ว แต่ละคนก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว มีหลายคนเคร่งเครียดในเรื่องที่จะต้องพูดในวันรุ่งขึ้น มีบางคนตื่นมาตอนตี 3 ตี 4 เพื่อท่องเนื้อเรื่องที่จะนำมาพูดโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว

 

เต็มวันและเก็บเกี่ยวเต็มๆ เรื่องการพูด/นำเสนอ

กิจกรรมในวันที่สองที่ทุกคนค่อนข้างกังวลว่าจะพูดได้ไม่ดี ก็ผ่านไปได้ด้วยดี โดยแต่ละคนจะต้องออกไปพูดหน้าชั้น จาก 2 ใน 4 หัวข้อ คือ การแนะนำตนเอง การกล่าวขอบคุณ การนำเสนอเรื่องประเทศไทย และการนำเสนอโรงเรียน/สถานศึกษา โดยมีกรรมการ 3 คนทั้งไทยและอเมริกัน (ดร. สมพร กมลศิริพิชัยพร Ms. Anne Lieberman, Dr. Gregory Galligan and Dr. Robert Hearne!) เป็นผู้ติชมและแนะนำ ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นประโยชน์มากจนต้องจดไว้เป็นประเด็นๆ ดังนี้

 

  • ควรเตรียมพูดล่วงหน้า แม้แต่วิทยากรชาวต่างชาติที่สาธิตการพูดให้เราดู ยังมีโพยหรือโน้ตย่อพกไว้เพื่อชำเลืองมองดูเช่นกัน ไม่ควรเน้นเรื่องอายุ เพราะคนอเมริกันถือเป็นเรื่องส่วนตัว จึงมักไม่ให้ความสำคัญหรือถามตอบกันเรื่องนี้
  • การพูดแนะนำตัวไม่จำเป็นต้องพูดเป็นภาษาทางการ ให้พูดสบายๆ เป็นกันเอง และอาจใช้น้ำเสียงโทนสูงบ้างต่ำบ้าง ไม่ให้ราบเรียบจนเกินไป ควรสบตาผู้ฟังและมีท่าทางประกอบการพูดบ้าง ก่อนพูดไม่ต้องขอโทษ ไม่ควรออกตัวว่าพูดไม่เก่ง
  • เราควรรู้ล่วงหน้าว่าเราจะกล่าวขอบคุณใคร เพื่อจะได้เตรียมคำพูดและระบุผู้รับให้ชัดเจน และเฉพาะเจาะจงว่าเราได้รับประโยชน์หรือความช่วยเหลืออย่างไร ใช้คำพูดที่สะท้อนความรู้สึกที่ได้รับความช่วยเหลือที่มาจากใจ มากกว่าการใช้คำพูดที่เป็นทางการหรือวิชาการ ในบางสถานการณ์ ถ้าเราใช้คำศัพท์ที่มีความหมายขอบคุณเฉพาะก็จะได้ภาษาที่ไพเราะมากกว่าใช้คำศัพท์กว้างๆ ที่ให้ความรู้สึกธรรมดา
  • ในการนำเสนอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศไทย ถ้ามี PowerPoint หรือรูปภาพประกอบ จะทำให้ผู้ฟังต่างวัฒนธรรมเข้าใจและน่าสนใจมากขึ้น ควรมีการพูดเรื่องภูมิประเทศ รัฐบาล อาหาร และการท่องเที่ยวด้วย
  • ไม่ควรใช้สีสันจัดจ้านหรือใส่แอฟเฟคมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ผู้ฟังไม่มีสมาธิ และเวลายืนพูด ควรยืนข้างจอนำเสนอ จะได้ไม่บังภาพและข้อความในจอ
  • ในการแนะนำโรงเรียน ควรบอกเล่ากิจกรรมและสภาพแวดล้อมในชุมชนด้วย
  • การพูดไม่ควรนำเสนอเฉพาะด้านที่ดี จะพูดถึงปัญหาบ้างก็ได้ เพื่อขอความคิดเห็นและการแก้ไขจากผู้ฟัง ถ้าเกิดการผิดพลาดในขณะที่พูด ควรพูดต่อไปและแก้สถานการณ์เฉพาะหน้านั้น

และในตอนท้าย อาจารย์สมพร ซึ่งเป็นรุ่นพี่ทุน Thai Visiting Scholar แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างโดยแนะนำคณะวิทย์ฯ จุฬาฯ เป็นตัวอย่างให้พวกเราฟัง สรุปได้ดังนี้

 

การบรรยายที่ดีควรใช้ PowerPoint ซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อ สถานที่ตั้งของโรงเรียน ประวัติโดยย่อ วิสัยทัศน์ พันธกิจ คำขวัญ นโยบายโรงเรียนเป็น โรงเรียนประเภทใด มีนักเรียน ครู เท่าไหร่ มีการจัดหลักสูตรอย่างไร การวัดและประเมินผล กิจกรรมด้านการพัฒนา ครู นักเรียน มีกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จด้านใดบ้าง และสิ่งที่โรงเรียนให้แก่สังคมและชุมชน

 

ท้ายสุดพี่ทิพย์ให้แต่ละคนกล่าวแสดงความคิดเห็นที่ได้จากการมาร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ทุกคนมีความคิดเห็นและความรู้สึกไปในทางเดียวกันว่าเราได้รับแสงสว่างชี้นำทางในการเตรียมตัวก่อนการรับทุนและการรับเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ด้วยความมั่นใจมากขึ้น ทุกคนเชื่อมั่นว่าเราสามารถปรับปรุงจุดด้อยและเสริมจุดแข็งให้แก่ตนเองได้ด้วยความช่วยเหลือของตนเองและเพื่อนร่วมกลุ่มก่อนที่เราจะออกไปผจญภัยพร้อมกัน ขอบคุณพี่ทิพย์ น้องหนึ่ง (คุณชีวรัตน์) ที่เป็นผู้ประสานงานหลัก และคุณฉัตรชัยที่ช่วยจัดกิจกรรมนี้ให้พวกเราค่ะ

 

โดย

อาจารย์สมพร ทองสมัคร์

โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา.นครศรีธรรมราช                                         




DOWNLOAD



Thailand - United States Educational Foundation (TUSEF/Fulbright Thailand) Thai Wah Tower 1, 3rd floor, 21/5 South Sathorn Road, Bangkok 10120, Thailand
Tel : (66) 0-2285-0581-2 Fax : (66) 0-2285-0583  Email : tusef@fulbrightthai.org