replica handbags

ตำรวจ น้ำพริก ไปรษณีย์ และ นั่งรถเข้าเมืองฟรี

พร

พรทิพย์ กาญจนนิยต

ผู้อำนวยการบริหาร

มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน

 

เรื่องนี้เข้มข้นและขบขัน…..

….เพราะในขณะเดียวกัน ส่งให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอยู่หลายแง่มุมทีเดียว  แต่ ไพลิน นางเอกในเรื่องของเรา ซึ่งเพิ่งไปเรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา คงค้นไม่พบคำว่า “สนุก” ในพจนานุกรมของตัวเองขณะเกิดเหตุแน่ ๆ

เช้าวันหนึ่งในขณะที่ไพลินไม่มีวิชาเรียน และ กำลังนอนสบายอารมณ์  เธอจึงไม่นึกอยากลุกไปรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ผลก็คือต้อง ‘เงี่ยหู’ รับฟังเสียงผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติแทน ไพลินเองเพิ่งมาอยู่ที่เมืองนี้ได้ไม่นานและอยู่ในระหว่าง ‘การปรับหู’ให้สามารถรับรู้สำเนียงฝรั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงรู้สึกว่ายังไม่สามารถจับข้อความได้ถนัดนัก เธอต้องกรอเทปกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบกว่าจะจับใจความได้ว่า ผู้ที่ติดต่อมาขอให้โทรศัพท์กลับไปยังหมายเลขที่ฝากไว้ เพราะอยากจะทราบว่า เธอรู้จักคนชื่อ ‘วินิจ’ที่อยู่ที่เกาะไหนซะแห่ง หรือไม่

เมื่อติดต่อกลับไป ปรากฏว่า ตำรวจเป็นผู้ที่ โทรศํพท์ไปให้เธอ คุยไปคุยมาจึงสรุปได้ว่า มีกล่องพัสดุส่งมาถึงเธอและตำรวจขอให้เธอไปรับที่ไปรษณีย์ด้วยตนเอง

เมืองที่ไพลินอยู่ไม่ใช่เมืองใหญ่ และต้องอาศัยรถโดยสารประจำทางเป็นหลักในการเดินทางประจำวันของเธอ ด้วยเหตุนี้ ไพลินจึงขอต่อรองว่าจะไปได้ในวันรุ่งขึ้น แต่ตำรวจกลับเสนอว่า จะส่งรถไปรับเธฮที่อพาร์ตเมนท์ภายใน 5 นาที

ไพลินเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นว่าเป็นรถตำรวจที่ไปรับเธอถึงบ้าน เธอเล่าว่า เธอเข้าไปนั่งรถด้านหลัง และอดรู้สึกนิด ๆไม่ได้ว่า ‘เหมือนกับเป็นผู้ต้องหา’ ที่ได้เคยเห็นจากภาพยนตร์เชียวแหละ

เรื่องความตื่นเต้นและหวาดหวั่นยังไม่จบแค่นั้น!!

ไพลินตกใจเมื่อไปถึงไปรษณีย์ มีคนรอต้อนรับเธอกันเต็มไปหมด ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ และ พนักงานดับเพลิง ตำรวจพาไพลินไปดูกล่องพัสดุ (ตัวก่อเหตุ ซึ่งตามเรื่องนี้แล้ว น่าจะเป็นพระเอก)  กล่องดังกล่าวอยู่ในลักษณะที่ไม่น่าดูเพราะทั้งแตกและมีกลิ่นแปลกๆอย่างมาก

เรื่องของเรื่องก็คือ เพื่อนที่น่ารักของไพลิน เกรงว่า ไพลินอยู่ไกล และคงอาจอยากได้อาหารไทย เลยส่งเครื่องแกงต้มยำ (สูตรเผ็ดพิเศษ) ไปให้ ทำให้ไพลินต้องไป ‘ชี้ตัว’และเปิดกล่องพัสดุนั้นด้วยตนเอง แถมต้องหยิบของทุกชิ้นที่ส่งมา ให้ตำรวจดู ทั้งยังต้องเป็นนางแบบจำเป็น ถ่ายรูปพร้อมกับพระเอกของเรื่องที่เป็นสารพัดเครื่องแกง และน้ำพริกในกล่อง แล้วถึงได้กลับอพาร์ตเมนท์ โดยตำรวจคนเดิมเป็นคนไปส่ง ซึ่งก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี

เรื่องตื่นเต้นก็จบลงด้วยดีหลาย ๆประเด็นทีเดียว

ประการแรก ไพลินได้ถ่ายรูปคู่กับ ‘พระเอก’ ด้วยรอยยิ้มอย่างไทยที่ทั่วโลกประทับใจ

ประการที่สอง ฝรั่งได้ฝึกปรือการเตรียมความพร้อมในการรับพัสดุที่ต้องสงสัย แถมยังจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียด้วย

ประการที่สาม ฝรั่งได้โอกาสสูดดมน้ำพริกกลิ่นแปลก ๆ เป็นการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งกว่าที่เป็น เพราะเห็นถึงวัฒนธรรมการกินที่อยู่คู่กับคนไทย ไม่ว่าไปอยู่ไหน เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทยที่ห่วงเพื่อนว่าจะไม่ได้มีอาหารไทยรับประทาน จึงจัดส่งไปให้ถึงที่

ประการที่สี่  ไพลินได้นั่งรถตำรวจเข้าเมืองฟรี!

 

ข้อเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทุกเรื่องที่นำเสนอโดยมูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์) ผู้สนใจสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและกิจกรรมทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องได้โดยขอความกรุณาอ้างอิงถึงแหล่งที่มาให้ชัดเจนด้วย

All the Thai and English articles written and posted by the Thailand -U.S. Educational Foundation (Fulbright) could be used to benefit the academic community. Please give appropriate credit to the author(s) and the Foundation.




DOWNLOAD



Thailand - United States Educational Foundation (TUSEF/Fulbright Thailand) Thai Wah Tower 1, 3rd floor, 21/5 South Sathorn Road, Bangkok 10120, Thailand
Tel : (66) 0-2285-0581-2 Fax : (66) 0-2285-0583  Email : tusef@fulbrightthai.org