replica handbags

ภาษาและวัฒนธรรม 101: กระบวนวิชาบังคับเมื่อมาถึงสหัฐอเมริกา

โดย ภาวิน มาลัยวงศ์ (นักเรียนทุนฟุลไบรท์  2546)

               

ย้อนหลังไปกลางปี .. 2546 ผมเดินทางมาสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในชีวิต ตอนแรกคิดว่าเตรียมตัวมาดีพอทั้งเรื่องภาษาและวัฒนธรรม แต่ก็ยังเจอปัญหาการปรับตัวอยู่ดี ตอนอยู่บนเครื่องบินไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เพราะกังวลอยู่กับปัญหาเฉพาะหน้า อาทิเช่น จะมีปัญหากับกองตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ จะมีคนมารับที่สนามบินปลายทางหรือเปล่า หรือใกล้ตัวกว่านั้นคือ เมื่อไหร่ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ริมทางเดินจะตื่น ผมจะได้ลุกไปเข้าห้องน้ำเสียที หรือ กินอาหารที่พนักงานต้อนรับนำมาให้แล้วไม่อิ่ม จะขอเพิ่มอีกได้ไหม เป็นต้น

                เริ่มวันใหม่หลังความอ่อนล้าจากการเดินทางและปัญหาเฉพาะหน้าดังกล่าวข้างต้นหมดไป ปัญหาเรื่องการปรับตัวก็มายืนรอทำความรู้จักกับผมทันที ผมไปที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง พออ้าปากจะถามคำถาม พนักงานงานขายก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย เอียงหูพองามพร้อมทั้งเอานิ้วแตะที่ใบหูบ่งบอกถึงอาการตั้งใจฟังอย่างจริงจัง (ลักษณะดังกล่าวไม่ปรากฎกับลูกค้าชาวอเมริกันคนก่อนหน้า) สมมุติฐานข้อแรก ผู้คนอาจจะดูภาพยนต์เรื่อง Rush Hour มากไปและเข้าใจว่าคนเอเชียต้องมีปัญหากับการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษเสมอ อาการก้มศีรษะเอียงหูฟังไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนแต่เกิดจากประสบการณ์สั่งสมของชาวอเมริกันต่อคนเอเชีย จบจากทฤษฎี "ผมไม่ผิด" ผมก็กินอิ่มนอนหลับและมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น

                เมื่อคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่และผู้คน ผมก็ค้นพบว่าการกล่าวคำทักทายสั้น กับบุคคลที่เดินสวนกันตามทางเดิน (แม้ไม่รู้จักกันมาก่อน) เป็นเรื่องปกติ หากมีอยู่วันหนึ่งที่ผมต้องฉุกคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดลงไปอีกแล้ว เหตุเกิดจากผมกล่าวสวัสดีกับชาวเมืองคนหนึ่งขณะเดินเล่นตอนเช้าแล้วเขาผงะถอยหลังไป กลับมาถึงที่พักพร้อมกับความเครียดและสับสน เลยต้องนำทฤษฎีทางสังคมที่ได้มาจากชั้นเรียนปลอบตัวเองว่า ปฏิกิริยาตอบโต้ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการที่เรากระทำสิ่งใดลงไป หากแต่เกิดจากคำถามว่า "เราเป็นใคร" ลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจากชาวอเมริกันทั่วไปอาจก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ เหตุการณ์ 9/11 ทำให้คนอเมริกันมองคนที่มีลักษณะแตกต่างด้วยความหวาดระแวงมากขึ้น

                ผมมีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยาย (กึ่งเดี่ยวไมโครโฟน) ของ เชอร์มัน อเลกซีย์ (Sherman Alexie) กวีนักประพันธ์ชาวอเมริกันพื้นเมือง (Native Americans) เจ้าของงานเขียนนวนิยายเรื่อง Indian Killer และ Reservation Blues อเลกซีย์กล่าวว่าใบหน้าของเขาอาจมองละม้ายคล้ายชาวละตินอเมริกัน หรือจะมองว่าเหมือนชาวตะวันออกกลางก็ได้ อเลกซีย์พำนักอยู่ในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน วันหนึ่งเขาถูกคนขับรถเมล์ตะโกนใส่หน้าว่า "Go back to your country." อเลกซีย์เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้เพื่อน ฟัง ทุกคนหัวเราะกับเรื่องตลกร้ายในครั้งนั้นอันสืบเนื่องมาจากความเข้าใจผิดในรูปลักษณ์ที่ดูแตกต่าง เพื่อนคนหนึ่งของเขากล่าวว่า อเลกซีย์อาจจะฟังผิด คนขับรถคนนั้นอาจจะพูดว่า "Go back to your county." ก็เป็นได้

                ย่างเข้าปีที่สองของการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา ผมรู้ดีถึงความรู้สึกของการเป็นคนพลัดถิ่น จึงอาสาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับนักศึกษาต่างชาติที่เดินทางมาสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก มีคนหนึ่งเป็นนักเรียนฟุลไบรท์เช่นกันและจะมาเรียนในสาขาวิชาเดียวกัน ผมจึงแนะนำผ่านอีเมลล์เรื่องการเตรียมตัวก่อนเดินทางพร้อมทั้งให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และแล้วนักศึกษาคนนั้นก็โทรศัพท์มาหาผมหลังจากเดินทางมาถึง พร้อมกับขอความช่วยเหลือให้ผมช่วยดูหนังสือสัญญาการเช่าบ้าน ตอนนั้นนักศึกษาใหม่คนนี้พักอยู่กับชาวเมืองคนหนึ่งที่อาสาไปรับเขาจากสนามบิน และให้ที่พักชั่วคราว อาสาสมัครคนนี้เคยทำงานสอนหนังสือในประเทศแถบเอเชีย เมื่อผมไปถึงอาสาสมัครคนดังกล่าวขอให้ผมอ่านออกเสียงหนังสือสัญญาการเช่าบ้าน เวลานั้นผมนึกโกรธที่ตัวเองต้องมาลงเรียน "regrade" วิชาภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม 101 ใหม่อีกรอบ

                หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผมได้ไปเมืองแอนน์อาเบอร์ มลรัฐมิชิแกน ในขณะที่กำลังเดินเที่ยวอยู่นั้นมีเด็กคนหนึ่ง (ดูแล้วน่าจะเป็นวัยรุ่นตอนต้น) มาถามผมว่าผมรู้จักร้านหนังสือแห่งหนึ่งหรือไม่ เขานัดเพื่อนไว้ที่นั่นแต่ไม่รู้จักถนนหนทางแถบนั้น ผมงงมากเพราะในกลุ่มเพื่อนผมมีชาวอเมริกันอยู่ด้วย แต่เขาเลือกที่จะถามผม จริง แล้วผมอยากจะโกหกเหลือเกินว่าผมบอกทางไปร้านหนังสือแห่งนั้น เพื่อจบงานเขียนชิ้นนี้ของผมอย่างสวยงาม แต่ในความเป็นจริงคือ ผมบอกเด็กคนนั้นไปว่าผมและเพื่อนมาจากเมืองอื่นและไม่รู้ว่าร้านหนังสือที่ว่านั้นอยู่ที่ไหน แม้ไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก เด็กคนนั้นก็ยังกล่าวขอบคุณผม ปากผมพูดออกไปว่าไม่เป็นไร แต่ในใจผมกลับนึกขอบคุณเด็กคนนั้นที่ทำให้ผมรู้ว่า ท่ามกลางความสับสนและปัญหาชนชาติสีผิวในประเทศสหรัฐอเมริกา ยังพอมีพื้นที่ทางสังคมสำหรับคนชายขอบ อาจไม่มากมายนัก แต่มีเหลืออยู่

 

ข้อเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทุกเรื่องที่นำเสนอโดยมูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์) ผู้สนใจสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและกิจกรรมทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องได้โดยขอความกรุณาอ้างอิงถึงแหล่งที่มาให้ชัดเจนด้วย

All the Thai and English articles written and posted by the Thailand -U.S. Educational Foundation (Fulbright) could be used to benefit the academic community. Please give appropriate credit to the author(s) and the Foundation.




DOWNLOAD



Thailand - United States Educational Foundation (TUSEF/Fulbright Thailand) Thai Wah Tower 1, 3rd floor, 21/5 South Sathorn Road, Bangkok 10120, Thailand
Tel : (66) 0-2285-0581-2 Fax : (66) 0-2285-0583  Email : tusef@fulbrightthai.org